การนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์วันละ 8 ชั่วโมงเป็นเรื่องปกติของพนักงานออฟฟิศ ฟรีแลนซ์ และคนทำงานแบบ Work From Home เก้าอี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์สำหรับนั่ง แต่เป็นส่วนสำคัญของพื้นที่ทำงาน การเลือก เก้าอี้เพื่อสุขภาพ ควรพิจารณาทั้งสรีระ ลักษณะงาน ระยะเวลาการใช้งาน และความสามารถในการปรับส่วนต่าง ๆ ให้เหมาะกับผู้ใช้
คำว่า Ergonomic ไม่ได้หมายความว่าเก้าอี้หนึ่งรุ่นจะเหมาะกับทุกคน เพราะส่วนสูง ความยาวช่วงขา รูปร่าง และพฤติกรรมการนั่งแตกต่างกัน ดังนั้น ก่อนซื้อจึงควรรู้ว่าฟังก์ชันไหนจำเป็นกับตัวเองจริง ๆ
1. นั่งทำงาน 8 ชั่วโมง ไม่จำเป็นต้องเลือกเก้าอี้ที่นุ่มที่สุด
• ความนุ่มไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่กำหนดความเหมาะสมในการนั่งทำงาน
หลายคนทดลองเก้าอี้เพียงไม่กี่นาทีแล้วตัดสินจากความนุ่ม แต่ความรู้สึกสบายในช่วงแรกไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับการใช้งานตลอดวันเสมอไป
สิ่งที่ควรพิจารณาใน เก้าอี้เพื่อสุขภาพ คือความสามารถในการรองรับและปรับให้เข้ากับร่างกาย เช่น ระดับเบาะ ความลึกที่นั่ง พนักพิง ที่วางแขน และระบบเอน รวมถึงควรเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานเปลี่ยนอิริยาบถได้สะดวก
2. 6 จุดสำคัญที่ควรเช็กก่อนเลือกเก้าอี้ทำงาน
• 1. ความสูงของเบาะต้องพอดี
เมื่อนั่งแล้วเท้าควรวางบนพื้นได้อย่างมั่นคง หรือใช้ที่พักเท้าหากจำเป็น ระดับเบาะไม่ควรสูงจนขาลอยหรือทำให้เกิดแรงกดบริเวณใต้ต้นขามากเกินไป
ก่อนซื้อ เก้าอี้เพื่อสุขภาพ จึงควรตรวจสอบช่วงความสูงที่สามารถปรับได้ เพราะเก้าอี้แต่ละรุ่นอาจมีระยะการปรับไม่เท่ากัน
• 2. Lumbar Support ต้องอยู่ถูกตำแหน่ง
ระบบรองรับหลังส่วนล่างหรือ Lumbar Support เป็นหนึ่งในฟังก์ชันสำคัญของเก้าอี้ Ergonomic แต่ไม่ได้หมายความว่ายิ่งดันหลังมากจะยิ่งดี
ควรทดลองว่าพนักพิงรองรับแนวหลังได้อย่างเป็นธรรมชาติหรือไม่ หากสามารถปรับระดับหรือความลึกได้ จะช่วยรองรับผู้ใช้งานที่มีรูปร่างแตกต่างกันได้ดีขึ้น
• 3. อย่ามองข้ามความลึกของเบาะ
เบาะที่ลึกเกินไปอาจทำให้คนตัวเล็กต้องเลื่อนตัวมาด้านหน้าและไม่สามารถใช้พนักพิงได้เต็มที่ ส่วนคนตัวสูงอาจต้องการพื้นที่รองรับต้นขามากกว่า
หาก เก้าอี้เพื่อสุขภาพ มีระบบ Seat Depth Adjustment หรือสามารถเลื่อนเบาะหน้า-หลังได้ ก็จะช่วยให้ปรับพื้นที่นั่งได้เหมาะกับสรีระมากขึ้น
• 4. ที่วางแขนไม่ควรทำให้ยกไหล่
Armrest ควรช่วยรองรับแขนในตำแหน่งที่ผ่อนคลาย โดยเฉพาะคนที่พิมพ์งานหรือใช้เมาส์เป็นเวลานาน
ลองสังเกตง่าย ๆ ว่าเมื่อวางแขนแล้วต้องยกไหล่หรือเกร็งหรือไม่ รวมถึง Armrest สามารถเข้าใกล้โต๊ะได้หรือเปล่า เพราะหากติดขอบโต๊ะจนต้องนั่งห่าง อาจทำให้ตำแหน่งการทำงานไม่เหมาะสม
• 5. ระบบเอนช่วยให้เปลี่ยนอิริยาบถได้ง่าย
เราไม่จำเป็นต้องนั่งหลังตรงในมุมเดิมตลอด 8 ชั่วโมง เก้าอี้เพื่อสุขภาพ ที่มีระบบ Recline หรือ Tilt จะช่วยให้เปลี่ยนอิริยาบถระหว่างพิมพ์งาน อ่านเอกสาร ประชุม หรือพักจากหน้าจอได้สะดวกขึ้น
ควรทดลองแรงต้านของพนักพิงด้วย เพราะน้ำหนักและความถนัดของผู้ใช้งานแต่ละคนไม่เหมือนกัน
• 6. วัสดุต้องเหมาะกับสภาพแวดล้อม
เก้าอี้ตาข่ายได้รับความนิยมเพราะช่วยระบายอากาศ ขณะที่เบาะบุฟองน้ำให้สัมผัสแตกต่างกันตามวัสดุและการออกแบบ
ไม่มีคำตอบว่าชนิดไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน สิ่งสำคัญคือควรพิจารณาร่วมกับระยะเวลาการใช้งาน อุณหภูมิของพื้นที่ ความชอบส่วนตัว รวมถึงความแข็งแรงของฐาน ล้อ และกลไกต่าง ๆ
3. คนตัวเล็กและคนตัวสูง เลือกเก้าอี้เหมือนกันได้ไหม?
• ช่วงการปรับของเก้าอี้สำคัญกว่าการเลือกรุ่นเดียวให้เหมาะกับทุกคน
อาจใช้รุ่นเดียวกันได้ หากมีช่วงการปรับกว้างเพียงพอ เพราะ เก้าอี้เพื่อสุขภาพ ที่เหมาะสมควรสามารถปรับเข้าหาผู้ใช้งาน ไม่ใช่ให้ผู้ใช้งานฝืนปรับตัวเข้าหาเก้าอี้
คนตัวเล็กควรให้ความสำคัญกับระดับต่ำสุดและความลึกของเบาะ ส่วนคนตัวสูงควรตรวจสอบระดับสูงสุด พื้นที่รองรับต้นขา และความสูงของพนักพิง
หากเป็นสำนักงานที่มีผู้ใช้งานหลายคน ควรเลือกรุ่นที่ปรับง่ายและมีช่วงการปรับหลากหลาย เพื่อให้แต่ละคนตั้งค่าให้เหมาะกับตัวเองได้
4. เก้าอี้ดีแล้ว ทำไมยังรู้สึกนั่งไม่สบาย?
• เก้าอี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ Workstation ที่เหมาะสม
เพราะ เก้าอี้เพื่อสุขภาพ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ Workstation เท่านั้น โต๊ะ จอคอมพิวเตอร์ เมาส์ คีย์บอร์ด และตำแหน่งอุปกรณ์ต่าง ๆ ก็มีผลต่อท่าทางขณะทำงาน
ลองตรวจสอบพื้นที่ทำงานเพิ่มเติมดังนี้
1. เท้าวางบนพื้นหรือที่พักเท้าได้มั่นคง
2. เมาส์และคีย์บอร์ดอยู่ใกล้ ไม่ต้องเอื้อมแขนมาก
3. หน้าจออยู่ในตำแหน่งที่มองได้สะดวก
4. ที่วางแขนไม่ทำให้ต้องยกไหล่
5. สามารถนั่งเข้าใกล้โต๊ะได้พอดี
6. มีการลุกและเปลี่ยนอิริยาบถระหว่างวัน
การจัดพื้นที่ทำงานจึงควรมองทุกองค์ประกอบร่วมกัน ไม่ใช่เปลี่ยนเก้าอี้เพียงอย่างเดียว
5. Checklist ทดลองก่อนซื้อ อย่านั่งแค่ 1 นาทีแล้วตัดสินใจ
• ทดลองจากท่าทางที่ใช้งานจริงก่อนตัดสินใจเลือก
หากมีโอกาสทดลอง เก้าอี้เพื่อสุขภาพ ควรจำลองพฤติกรรมที่ทำเป็นประจำ เช่น ท่าพิมพ์งาน การใช้เมาส์ การเอนหลัง และการปรับ Armrest แล้วลองเช็กว่า
• เท้าวางได้เหมาะสมหลังปรับความสูง
• ขอบเบาะไม่กดบริเวณหลังเข่า
• Lumbar Support อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะกับตัวเอง
• Armrest รองรับแขนโดยไม่ทำให้ยกไหล่
• ระบบเอนเหมาะกับน้ำหนักตัว
• กลไกต่าง ๆ ปรับง่าย
• ขนาดเก้าอี้สัมพันธ์กับโต๊ะและพื้นที่ใช้งาน
การทดลองลักษณะนี้จะช่วยให้ตัดสินใจจากการใช้งานจริงมากกว่าดีไซน์หรือจำนวนฟังก์ชันบนสเปกสินค้า
6. เก้าอี้ที่เหมาะ ไม่จำเป็นต้องเป็นรุ่นที่มีฟังก์ชันเยอะที่สุด
• เลือกฟังก์ชันที่ปรับเข้ากับสรีระและรูปแบบการทำงานของคุณได้จริง
หัวใจของการเลือก เก้าอี้เพื่อสุขภาพ สำหรับคนที่ทำงานประมาณ 8 ชั่วโมง คือเลือกให้สัมพันธ์กับสรีระ พฤติกรรม และ Workstation ของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องเป็นรุ่นแพงที่สุด แต่ฟังก์ชันที่มีควรสามารถปรับและใช้งานได้จริง
ขณะเดียวกัน ไม่ควรคาดหวังว่าเก้าอี้หนึ่งตัวจะทำให้เรานั่งท่าเดิมได้ตลอดทั้งวัน การลุกเดิน เปลี่ยนอิริยาบถ และพักจากท่านั่งเป็นระยะยังเป็นส่วนสำคัญของการจัดสภาพแวดล้อมการทำงานตามหลัก Ergonomics
7. เลือกเก้าอี้เพื่อสุขภาพสำหรับ Home Office และสำนักงาน
• เปรียบเทียบฟังก์ชันและเลือกเฟอร์นิเจอร์ให้เหมาะกับพื้นที่ก่อนตัดสินใจ
หากกำลังเลือก เก้าอี้เพื่อสุขภาพ สำหรับ Home Office หรือสำนักงาน และอยากเปรียบเทียบรูปแบบ ฟังก์ชัน รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะกับพื้นที่ทำงาน สามารถคลิกชมสินค้าและไอเดียเฟอร์นิเจอร์สำนักงานเพิ่มเติมจาก OFISU เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนเลือกใช้งานจริง
8. ข้อมูลผู้เชี่ยวชาญที่ใช้ประกอบบทความ
• อ้างอิงองค์ความรู้ด้าน Ergonomics และ Workplace Ergonomics
ข้อมูลผู้เชี่ยวชาญที่ใช้ประกอบบทความ: เนื้อหาด้าน Ergonomics เรียบเรียงโดยอ้างอิงองค์ความรู้ของ Cornell University และผลงานของ Professor Emeritus Alan Hedge, Ph.D. ผู้เชี่ยวชาญด้าน Human Factors และ Workplace Ergonomics แห่ง Cornell University ซึ่งเป็น Certified Professional Ergonomist และ Chartered Ergonomist ทั้งนี้เป็นการอ้างอิงองค์ความรู้ที่เผยแพร่ ไม่ได้หมายความว่าผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ตรวจสอบหรือรับรองบทความนี้โดยตรง
บทความนี้เรียบเรียงโดย
จิรารัตน์ พรมดม
ตำแหน่งเจ้าหน้าที่การตลาด


